ดิ มาเรีย เกลียดแมนยูเข้าเส้นขนาดไม่อยากรับรู้ข้อมูล

ดิ มาเรีย

ดิ มาเรีย เพื่อน ร่วมทีม เปแอสเช บอกว่า  อังเคลดิ มาเรียเกลียด แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าเส้น หลังจากที่ได้ ไปล้มเหลว ที่ แมนยู

ดิ มาเรีย

ดิ มาเรีย ถูกกล่าวโดย มาร์ชิน  บูลก้า ผู้รักษาประตู ปารีส แซงต์แชร์ก แมง สโมสร ของอภิมหา เศรษฐีแห่งศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส โดยตัวผู้รักษา ประตูคน นี้ได้เปิด เผยอ อกมาว่า

อัง เคล ดิ มาเรียปีก ร่วมสังกัด ชาวอาร์เจนไตน์ รู้สึกเกลียด  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง ขนาดที่ว่า  หากดูโทรทัศน์อยู่แล้วมีภาพ ของแมนฯ ยูไนเต็ด จะ สั่งให้เพื่อนเปลี่ยน ช่องทันทีเลย

ซึ่งหลังจากที่เขาได้ ย้าย จาก เรอัล มาดริด ทีมสุดยอดราชันย์ขาว จาก ลีค สเปน เเล้วไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2014  ด้วยค่าตัว 59.7  ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,388  ล้านบาท )

โดยการย้ายไป แมนฯ ยูไนเต็ด เขาได้ คิดว่านี้ เป็นก้าวใหม่ ที่ได้ มาเหยียบ โอเทรฟอร์ด เเละยังได้ เล่นตำเเหน่ง เก่าพร้อม กับได้ ใส่เบอร์ 7 (เลข นำโชค)

หลังจากก่อนหน้า นั้นทำ ผลงานได้โดด เด่นกับ “ราชัน ชุดขาว ” แต่สุดท้ายแล้ว แข้งวัย 31 ปีก็ไป ไม่รุ่งกับ  แมนฯ ยูไนเต็ดจน ทำให้ตัว ของเขาต้องย้าย ออก

จากทีม หลังจาก เล่นไปได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียว เท่านั้น เอง โดยปัญหาที่ คาดว่าเกิด ขึ้นใน หัวข้อใหญ่ๆ คือปัญหากับหลุยส์ ฟาน กัล

ปัญหากับหลุยส์ ฟาน กัล  การที่ดิมา เรียได้มา เล่นที่เเมน ยูในครึ่ง  เเรกของฤดูกาลดิมาเรีย โชว์ฟอร์มระเบิด ออกมาเเล้ว พร้มกับคิด ในใจไปว่า เขากำลัง จะรุ่งเเละ พุ้งเเรงเเล้ว

เเต่ใน ความเป็น จริงฟอร์ม ของเเมน ยูดูเหมือนจะ ดรอ ปลงไป เรื่อยๆจนทำให้ฟัลเกา ต้องมาปรับ แผนเเละ เล่นสนุก กับการจัดตำเเหน่ง ทีม

โดยสิ่งที่สนุกเเละ ง่ายสำหรับ เขาใน การย้าย ตำเเหน่งของ ทีมคือดิมาเรีย เพราะว่า เขาเป็นก องกลาง ฝีมือพริ้ว นั้นจึง ทำให้ฟาลกัล ย้ายเขา ไปอยู่ที่กองหน้า บ้าง

ตำเเหน่งปีก บ้าง ซึ่งเป็น ตำเเหน่งที่เขา ไม่ถนัดเอา ซะเลย เเถม ยิ่งกว่านั้นไม่มีใคร ในทีม ขัดข้องใจ กับการ ย้ายตำเเหน่ง นักเเตะ อย่างสนุก ของฟัล เกาอีก

เมื่อ เหตุการณ์ ดำเนินมา จนถึงตรง นี้ก็ทำให้ฟัล เกาคิดว่า ดิมา เรียนั้นเล่น ไม่ดี เลยเเละ ได้ลดความ สำคัญขอ งดิมาเลีย กับทีม ลงไป นั้น จึงอาจ จะเป็นเหตุผลเเรกทีทำให้เขา เกลียดเเมน ยู นั้นเอง

ดิ มาเรีย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >>>  เนย์มาร์ชม4นักแตะ

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ >>> ข่าวบอล

 

 

 

Back To Top