ตัวความหวัง สู่บัลลงดอร์ส่วนตัว ปาโต้เปิดใจเรื่องชีวิตตนเอง

ตัวความหวัง สมัยที่เขายังเป็นเพียงดาวรุ่งนั้น อเล็กซานเดร ปาโต้ ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าตัวความหวังของวงการฟุตบอลบราซิล

ตัวความหวัง สมัยที่เขายังเป็นเพียงดาวรุ่งนั้น อเล็กซานเดร ปาโต้ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าตัวความหวังของวงการฟุตบอลบราซิล ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจที่หลายคนจะยกย่องเขาแบบนั้น เพราะเขาได้เซ็นสัญญากับ อินเตอร์นาซิอองนาล สโมสรดังของแดนแซมบ้าด้วยวัยเพียง 16ปี,

ดวลกับบรรดานักเตะที่แก่กว่าเขา 4 ปีได้อย่างน่าประทับใจ และเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนท์รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีได้ด้วย แถมบางคนยังเคยคิดว่าเขามีลุ้นได้ บัลลง ดอร์ ด้วยซ้ำ จากการที่ทำผลงานได้โดดเด่นตอนอยู่กับ เอซี มิลาน ปัจจุบัน ปาโต้ไม่เหลือออร่าแบบเดิมอีกต่อไป

ตอนนี้เขากำลังเล่นให้กับ ออร์แลนโด้ ซิตี้ สโมสรในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา หลังเซ็นสัญญากับทีมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีก่อน และจนถึงตอนนี้ก็ทำประตูให้ทีมได้เพียง 3 ลูกจากการลงเล่น 19 นัดในทุกรายการ ทั้งนี้ ล่าสุด ปาโต้ ได้ออกมาเปิดใจถึงหลายเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของเขา

ตั้งแต่ตอนที่ก่อนจะเข้าทดสอบฝีเท้า ไปจนถึงความรู้สึกกับสถานะในปัจุบันของเจ้าตัว ซึ่งเราขอนำบางเรื่องมาบอกเล่าให้ทุกท่านได้รับฟังกัน การเริ่มต้นจากม่านรูด สมัยนั้นเราไม่มีเงินมากนัก พวกคุณเข้าใจไหม ? คุณแม่ของผมท่านปวดหลังจนไปทำงานอะไรไม่ได้เลย

ส่วนคุณพ่อของผมท่านก็ต้องหาเงินเลี้ยงดูทั้งพี่ชายของผม, พี่สาวของผม และผมเองอีก ท่านต้องออกไปสร้างทางด่วนทั้งวัน เรามีอาหารกินกันก็จริง แต่ที่โรงเรียนน่ะผมไม่สามารถหาซื้อหนังสือได้ด้วยซ้ำจนสุดท้ายผมก็ต้องถ่ายเอกสารพวกหนังสือมาใช้ ผมพูดจริงนะ

อยู่มาวันหนึ่งเราต้องออกเดินทางไปทดสอบฝีเท้ากันที่ อินเตอร์นาซิอองนาล มันเป็นโอกาสทองในชีวิต เราขับรถจากปาโต้ บรันโก้ ไปยัง โปร์ตู อาแลกรี ซึ่งมันกินเวลาตั้ง 9 ชั่วโมง ประเด็นคือพอเราไปถึงที่นั่นแล้วน่ะคุณพ่อของผมท่านเพิ่งรู้สึกตัวว่าท่านไม่มีเงินมากพอที่จะให้เราได้พักในโรงแรมแบบทั่วไป ข่าวบอล

 

ตัวความหวัง

ได้เซ็นสัญญากับ อินเตอร์นาซิอองนาล สโมสรดังของแดนแซมบ้าด้วยวัยเพียง 16ปี

ตัวความหวัง ท่านแก้ปัญหายังไงน่ะเหรอ ? ท่านให้เราเข้าพักกันที่ม่านรูดไง ฮ่าๆๆ ให้ตายเถอะ สมัยนั้นผมไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง! ผมยังเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจว่าม่านรูดมันเป็นที่แบบไหน ผมคิดว่าห้องของเรามันมีเตียงเล็กๆ เตียงเดียวแค่นั้นเองมั้ง โรงแรมม่านรูดที่เราเข้าพักน่ะอยู่ตรงข้ามกับ เบยร่า-ริโอ (สนามเหย้าของ อินเตอร์นาซิอองนาล) พอดี

ดังนั้นมันเลยเท่ากับว่าหลายคนมีเซ็กซ์กันในขณะที่ได้ดูสนามของ อินเตอร์ ไปด้วย เกือบแขนด้วนตลอดชีวิตมีครั้งห น่งที่ผมสะดุดโซในลานจอดรถแล้วแขนซ้ายกระแทกเข้ากับะนแบบเต็มแรง พวกเขาต้องทำแผลให้ผมยกใหญ่ สภาพของผมตอนนั้นแทบจะเป็นครึ่งคนครึ่งมัมมี่ก็ว่าได้

จากน้นผมก็ลงเล่นรายการหนึ่งโดยใส่ตัวพยุงแขนเอาไว้ด้วย หลังจากที่ผมไม่ต้องใส่เฝือกแล้วน่ะ ผมกับเพื่อนๆ ก็ตัดสินใจเล่นอะไรแผลงๆ กัน นั่นก็คือใครที่ลุกจากโซฟาก่อนเพื่อนจะต้องโดนเตะ นอกจากว่าจะวิ่งหนีไปได้ก่อนน่ะนะ คือมันก็สนุกดีอยู่หรอกจนกระทั่งผมบังเอิญนั่งทับแขนซ้ายของตัวเอง

และอาการปวดมันก็รุนแรงจนลามไปถึงขาของผมด้วย หลังจากนั้นแพทย์ก็ทำการเอ็กซ์เรย์ และพบว่าผมมีเนื้องอกขนาดใหญ่ แพทย์บอกกับผมว่าผมจำเป็นต้องรับการผ่าตัดเดี๋ยวนั้นเลย ไม่อย่างนั้นก็ต้องตัดแขนของผม ผมช็อกมากๆ ผมอยู่ห่างจากการเสียแขนซ้ายของตัวเองไปเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

แพทย์ผู้เหมือนเป็นพระเจ้า คุณคิดว่าคุณพ่อคุณแม่ของผมท่านมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าผ่าตัดงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ ตอนนั้นเราทุกคนตื่นตระหนักจนคิดกันว่า “เราจะทำยังไงดี ?” แต่คุณพ่อของผมท่านก็แสดงความหัวไวที่สร้างสรรค์อีกครั้ง คือปกติน่ะท่านชอบอัดคลิปเกมที่ผมลงเล่นอยู่แล้ว

ดังนั้นท่านเลยเอาเทปพวกนั้นไปที่โรงพยาบาล, อ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า, เข้าไปในห้องทำงานของหมอ และเปิดคลิปที่เจ้าเด็กผอมกะหร่องคนหนึ่งกำลังวิ่งไปทั่วสนามฟุตซอล แถมภาพในคลิปก็ไม่ชัดอีกต่างหาก ฉายแววในพรีเมียร์ลีก

ตัวความหวัง

ตัวความหวัง คุณพ่อของผมท่านพูดว่า “หมอครับ นี่คือลูกชายของผม ผมไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายค่ารักษายังไง แต่ผมไม่อยากเห็นเขาต้องเลิกเล่นฟุตบอลเลยครับ” คือผมเองก็ไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น บางทีแพทย์อาจจะคิดว่าผมเป็นนักเตะที่เก่งก็ได้มั้ง บางทีผมอาจจะได้ยินคำพูดจากพระผู้เป็นเจ้าก็ได้

เพราะหมอพูดขึ้นมาว่า “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะออกค่าผ่าตัดแทนให้เอง” ผมบอกเลยนะ นั่นมันเป็นปาฏิหาริย์ชัดๆ ผมจะไม่มีวันลืมชื่อของคุณหมอท่านนั้นเลย เปาโล โรแบร์โต้ มุสซี่ เขาคือคนที่มอบชีวิตใหม่ให้กับผม ความผิดหวังที่เชลซี ตอนที่เชลซี ติดต่อมาหาผมน่ะ

ผมยังมีความฝัน ที่จะเล่นในทวีปยุโรปอยู่ น่าเศร้าที่มันเป็นอีกครั้ง ที่ผมต้องชดใช้ กับการถูกปกป้องมากเกินไป ผมยังไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมตอนนั้น มันถึงเป็นแบบนั้น ผมเคยคิดว่าเชลซี จะยืมผมเป็นเวลา 6 เดือน แล้วจากนั้นผมก็จะได้ เซ็นสัญญากับทีม เป็นเวลา 3ปี ผมไม่รู้มาก่อนว่า พวกเขาจะไม่เซ็นสัญญา

กับผมหลังจากจบการยืมตัวไปแล้ว ถ้าผมรู้ว่ามันจะเป็นแบบนั้นผมจะทำยังไงน่ะเหรอ ? ผมก็คงจะย้ายไปเล่นกับที่อื่นตั้งแต่แรกน่ะสิ มันน่าเสียดายมากๆ เพราะตอนนั้นผมซ้อมได้ดีสุดๆ แต่โค้ช (กุส ฮิดดิ้งค์) กลับส่งผมลงเล่นแค่ 2 นัดเท่านั้น ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น

สุขได้แม้ไร้บัลลงดอร์ เมื่อคุณแก่ขึ้นแล้วน่ะ คุณก็จะตระหนักว่าอะไร ที่ทำให้คุณมีความสุข ตอนออกจากบ้านเกิด ผมเคยคิดว่าฟุตบอล มีทุกอย่างที่ผมต้องการ หลังจากนั้นผมได้เล่นทั้งที่ อิตาลี, อังกฤษ, สเปน, จีน แต่ผมเคยเจอช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมาน, ผมเคยร้องไห้ ผมกรีดร้อง ด้วยความเจ็บปวด ผมอยู่ตัวคนเดียวเสมอ

ผมอาจจะไม่ได้ เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของโลก แต่เพื่อนเอ๋ย ผมจะบอกอะไรให้รู้นะ ผมมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม กับครอบครัวของผม ผมรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองสงบสุข ผมมีภรรยาที่รักผม จากมุมมองของผมน่ะ ผมคิดว่าผมมี บัลลง ดอร์ หลายอันเลย ถ้าเกิดชีวิตของคนเรา คือเกมการแข่งขันล่ะก็ มันก็ถือว่าผมชนะแล้ว

Back To Top