ปลุกความหวัง “เรือใบสีฟ้า” จ่าฝูง สะดุดแล้วหลังบุกไล่เจ๊า เซาธ์แฮมป์ตัน1-1 หยุดสถิติเฮรวด 12 นัดเก็บเพิ่มเป็น 57 คะแนนจากการลงสนาม 23 นัด

ปลุกความหวัง “เรือใบสีฟ้า” จ่าฝูง สะดุดแล้วหลังบุกไล่เจ๊า เซาธ์แฮมป์ตัน1-1 หยุดสถิติเฮรวด 12 นัดเก็บเพิ่มเป็น 57 คะแนนจากการลงสนาม 23 นัดนำ ลิเวอร์พูล 12 แต้มแต่แข่งมากกว่า 2นัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ ระหว่างเซาธ์แฮมป์ตัน ทีมอันดับ 13 เปิดรังพบแมนฯซิตี้ จ่าฝูงของตาราง ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล กุนซือเซาธ์แฮมป์ตัน พาทีมแพ้วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-3 เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 6เกม

รวมทุกรายการ ทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯซิตี้ พาทีมเบียดชนะเชลซี 1-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 8 เกมติดรวมทุกรายการ เปิดฉากครึ่งแรก 5 นาที เจ้าถิ่น ทักทายก่อนจากลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา

เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์ หยอดเข้าเขตโทษโค้งมาตกใส่หัว โมฮาเหม็ด ซาลิซู โขกเปลี่ยนทางเสียดายโดนไม่ดีปลิ้นออกหลัง แต่แล้วนาทีที่ 7 “นักบุญ” ทะยานออกนำ 1-0 ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส แหวกขึ้นมาทางขวา

ฝากชิ่งกับ เนธาน เร้ดมอนด์ สอดมารับคืนในเขตโทษได้ช่องดีดไซค์ก้อยด้วยขวาบอลพุ่งผ่านมือ เอแดร์ซอน โมราเอส ซุกหน้าต่างเสาไกล นาทีที่17 “เรือใบสีฟ้า” พยายามเร่งเครื่อง เควิน เดอ บรอยน์ แทงบอลออกซ้ายให้ ชูเอา กานเซโล่ หลุดขึ้นมาแตะเข้าเขตโทษ

แต่จังหวะเปิดไม่ดีลึกไปเข้ามือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ รับเอาไว้ไม่พลาด ต่อมานาทีที่ 23 เซาธ์แฮมป์ตันหวิดบวกสกอร์เพิ่มจากบอลกลางสนามของ โอริโอล โรเมว แทงออกซ้ายให้ อาร์มานโด้ โบรย่า หลุดเดี่ยวแตะเข้าเขตโทษ

ซัดผ่าน เอแดร์ซอน โมราเอส สุดเยือกเย็นเสียดายโดนจับล้ำหน้า นาทีที่35 จากจังหวะทางฝั่งขวา แบร์นาร์โด้ ซิลวา จ่ายตามช่องให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ขยับอ้อมมารับบอลสอดเข้าเขตโทษก่อนหักเข้าซ้ายได้ช่องปั่นโค้งผ่านหน้า เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เหินข้ามคานได้เสียว

ปลุกความหวัง 4 นาทีต่อมา แมนฯซิตี้ พลาดโอกาสทอง ฟิล โฟเด้น กระชากหนี โมฮาเหม็ด ซาลิซู ขึ้นมาทางซ้ายก่อนปาดเข้าเขตโทษถึง ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดหน้ากรอบ 6 หลาแบบไร้ตัวประกบติดเท้า เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เหลือเชื่อ ข่าวบอล

ปลุกความหวัง

หมดครึ่งเวลาแรก เซาธ์แฮมป์ตัน 1 แมนฯ ซิตี้ 0

ปลุกความหวัง เริ่มครึ่งหลังได้เพียงนาทีเดียว “นักบุญ” ออกหมัดก่อนเป็นลูกเตะมุมทางซ้าย เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์ ปั่นบอลโค้งมาเสาแรกถึง ยาน เบดนาเร็ค โฉบมาขวิดเปลี่ยนทางเสียดายตรงตัว เอแดร์ซอน โมราเอส

แมนฯซิตี้ตอบโต้ทันควันจากบอลทางขวาของ ไคล์ วอล์คเกอร์ ปาดย้อนเข้ากรอบเขตโทษถึง โรดรี เอร์นานเดซ ซัดบนเส้น 18 หลาบอลกระดอนพื้นหวิดเบียดเสาแรกติดเซฟ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ตบทิ้งได้ทัน

นาทีที่53 เซาธ์แฮมป์ตันได้เสียวจากบอลสวนกลับ สจ๊วต อาร์มสตรอง แหวกขึ้นมาจ่ายตัดแนวรับให้ อาร์มานโด้ โบรย่า หลุดเดี่ยวขึ้นมาจากครึ่งสนามแต่จังหวะซัดช้าไปติดบล็อค อายเมริค ลาปอร์กต์ นิดเดียว

จังหวะต่อเนื่องลูกเตะมุมทางขวา เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์ ครอสข้ามไปเสาไกลติดหัว รูเบน ดิอ๊าส โขกสกัดผิดเหลี่ยมลอยเข้ากรอบ 6 หลาถึง อาร์มานโด้ โบรย่า โขกซ้ำจ่อๆไปชนเสาเด้งออกมาเหลือเชื่อ

60 นาทีผ่านเกมเปิดแลกกันสนุก “เรือใบสีฟ้า” หวิดตามตีเสมอจากลูกซัดของ ฟิล โฟเด้น และเป็น โรดรี เอร์นานเดซ ตั้งป้อมปั่นด้วยขวาหน้ากรอบ 18 หลาบอลโค้งเช็ดคานออกหลัง นาทีที่65 แมนฯซิตี้ตามตีเสมอเป็น 1-1

จนได้จากลูกฟรีคิกทางขวา เควิน เดอ บรอยน์ หยอดบอลไปเสาไกลถึง อายเมริค ลาปอร์กต์ สลัดหนี ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส โขกกดลงพื้นเด้งเสียบเสาแรกเข้าไป ต่อมานาทีที่71 กลายเป็น ทีมเยือน เร่งเครื่องโหมอยู่ฝ่ายเดียว

เกือบแซงจากจังหวะปั่นชนเสาของ เควิน เดอ บรอยน์ และเป็น กาเบรียล เฆซุส ลอยมาโขกไม่ถึง 5 หลาก็ยังไม่ดีพอเปลี่ยนเป็นประตูชัย 8 นาทีต่อมา เจ้าถิ่น หวิดงานเข้า โอริโอล โรเมว เสียเหลี่ยมหวด เควิน เดอ บรอยน์ ร่วงลงบนเส้น 18 หลา

ผู้ตัดสิน รอเช็ค วีเออาร์ อยู่นานก่อนหันกลับมาเป่าให้เกมดำเนินต่อ ไม่หนำใจนาทีต่อมาคราวนี้เป็น สจ๊วต อาร์มสตรอง ไปเปิดปุ่มอันตรายเข้าใส่ อายเมริค ลาปอร์กต์ ผู้ตัดสิน ไซม่อน ฮูเปอร์ วิ่งมาชูใบเหลืองก่อนรอเช็ค วีเออาร์ สุดท้ายก็ยังรอดใบแดงเหลือเชื่อ

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม เซาธ์แฮมป์ตัน1 แมนฯซิตี้1 รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง เซาธ์แฮมป์ตัน (3-5-2) : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, ยาน เบดนาเร็ค (ลีอันโก้ น.71), โมฮาเหม็ด ซาลิซู – เนธาน เร้ดมอนด์ (โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี่ น.46),

เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์, โอริโอล โรเมว, สจ๊วต อาร์มสตรอง (อิบราฮิมา ดิยัลโล่ น.81) – เช อดัมส์, อาร์มานโด้ โบรย่า ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล แมนฯซิตี้ (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอ๊าส, อายเมริค ลาปอร์กต์,

ปลุกความหวัง ชูเอา กานเซโล่ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี เอร์นานเดซ – ราฮีม สเตอร์ลิง (กาเบรียล เฆซุส น.60), เควิน เดอ บรอยน์, แจ็ค กรีลิช – ฟิล โฟเด้น ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้ตัดสิน : ไซม่อน ฮูเปอร์ ปิดดีลไม่ทัน