ศึกสำคัญ ที่แอนฟิลด์ ผ่า 5 ข้อก่อนเกม ลิเวอร์พูล ปะทะ อาร์เซน่อล

ศึกสำคัญ

ศึกสำคัญ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล จะต้องขบคิดอย่างมากสำหรับในการวางแท็กติกสู้กับอาร์เซน่อล ที่กำลังอยู่ในตอนฟอร์มร้อนแรง 

ศึกสำคัญ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล จะต้องขบคิดอย่างมากสำหรับในการวางแท็กติกสู้กับอาร์เซน่อล ที่กำลังอยู่ในตอนฟอร์มร้อนแรง โดย “ลิเวอร์พูล” มีปัญหาใหญ่เรื่องนักฟุตบอลบาดเจ็บ และก็ความเชื่อมั่น

เหตุเพราะเกิดฟอร์มสะดุดในลีก 2 แมตช์ต่อเนื่องกัน เวลาที่อาร์เซน่อล จัดว่าฟอร์มฮอตอย่างมาก เพราะเหตุว่าพวกเขายังไม่แพ้ผู้ใดกันแน่ตั้งแต่แมื่อปลายเดือนส.ค. โดยเป็นการเก็บชัยชนะ 6 แมตช์เสมอ 2 เกม ด้วยเหตุผลดังกล่าวในช่วงเวลานี้

เรื่องความมั่นใจนับว่าหน้าแข้ง “ปืนใหญ่” ออกจะเหนือกว่า กระนั้นสิ่งหนึ่งที่ “เดอะ เร้ดส์” จัดว่าเป็นต่อซึ่งก็คือพวกเขาไม่เคยแพ้ให้ อาร์เซน่อลที่สนามแอนฟิลด์ ในเกมลีกตั้งแต่แมื่อกันยายน 2012 โดยเหตุนั้นแมตช์นี้

เจ้าของบ้านจะรักษาสถิติสวยหรูเอาไว้ได้ถัดไป หรือ “เดอะ กันเนอร์ส” จะลบล้างวสถิติแย่ๆได้ งานนี้จำต้องมาลุ้นกัน มาเน่ ถูกโฉลกกับอาร์เซน่อล แม้ว่าในเวลานี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะเป็นคีย์แมนของลิเวอร์พูล ก็ตาม

แต่ฟอร์มของ “บังโม” ในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างสะดุดนิดหน่อย โดยเขายังไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย 3 แมตช์ติดต่อกันในทุกรายการ สำหรับเกมนี้ถือว่าเป็นงานหนักของ “หงส์แดง” ในการรับมือกับอาร์เซน่อล ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง

แต่กระนั้นเจ้าบ้านยังมีตัวทีเด็ดอยู่นั่นก็คือ ซาดิโอ มาเน่ ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะตัวแสบที่ “ไอ้ปืนใหญ่” ต้องระวังให้ดีๆ สถิติของ ดาวยิงชาวเซเนกัล โดดเด่นมากๆ เมื่อลงสนามดวลกับอาร์เซน่อล โดยเขาตะบันไปถึง 7 ประตูในเกมลีกที่ปะทะกับ “เดอะ กันเนอร์ส”

ซึ่งเป็นรองเพียง คริสตัล พาเลซ ที่เป็นสโมสรที่เขายิงประตูได้มากที่สุด (13 ลูก) ในพรีเมียร์ลีก ที่สำคัญการมาเยือนแอนฟิลด์ของอาร์เซน่อล ก็ไม่ค่อยดีนักเพราะพวกเขาเสียไปถึง 28 ประตูจากการลงเล่น 8 เกมล่าสุดในลีก

ฉะนั้นหากแนวรุกของ “เดอะ เร้ดส์” ไม่ว่าจะเป็น มาเน่, ซาลาห์ หรือ ดีโอโก้ โชต้า อยู่ในฟอร์มเข้าฝัก งานนี้มีลุ้นที่พวกเขาจะตะบันตาข่ายผู้มาเยือนได้ไม่ยากนัก เจ้าบ้านมีนักเตะบาดเจ็บเพียบ ตอนนี้บอกได้คำเดียวว่า “ปวดหัว” แทน เจอร์เก้น คล็อปป์

เพราะลิสต์รายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บของลิเวอร์พูล ยาวเป็นหางว่าว ซึ่งแน่นอนว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่ทำให้พวกเขาเคยพร้อมสะดุดมาแล้วในช่วงปลายปีเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน น่าจะพลาดลงสนามในเกมนี้หลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อหัวเข่า

ในเกมพักเบรกทีมชาติกับ สกอตแลนด์ ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะลงสนามได้หรือเปล่า และ คล็อปป์ ต้องภาวนาจนถึงนาทีสุดท้ายว่าจะได้ใช้งานพวกเขาในแมตช์สำคัญนี้ ขณะที่นักเตะรายอื่นๆ ที่ต้องซ่อมแซมร่างกายไม่ว่าจะเป็น นาบี เกอิต้า,

เคอร์ติส โจนส์, เจมส์ มิลเนอร์ และ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ หมดสิทธิ์ช่วยทีมแน่นอน ด้วยเหตุนี้ทำให้แผงกองกลางของทีมมีตัวเลือกที่จำกัด ส่วน โจ โกเมซ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยังไม่ฟิตจนกว่าจะถึงเดือนหน้า สำหรับตอนนี้แดนกลางของ “เดอะ เร้ดส์”

ศึกสำคัญ คงต้องพึ่งพาอาศัย ฟาบินโญ่ กับ ติอาโก้ อัลกันทาร่า ส่วนอีกรายคงหนีไม่พ้น อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แต่สิ่งที่ คล็อปป์ และสาวก “เดอะ ค็อป” ภาวนาก็คืออยากให้มีใครเจ็บเพิ่มอีก ไม่งั้นทีมอยู่ในช่วงวิกฤติแน่นอน ข่าวบอล

ศึกสำคัญ

ลิเวอร์พูลมีปัญหาใหญ่เรื่องนักฟุตบอลบาดเจ็บ และก็ความเชื่อมั่นเหตุเพราะเกิดฟอร์มสะดุดในลีก 2 แมตช์

ศึกสำคัญ อาร์เซน่อลกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแรง ในช่วงต้นซีซั่นนี้หลายคนปรามาสว่า มิเกล อาร์เตต้า เตรียมจะโดนเด้งได้เลยหลังนำอาร์เซน่อล แพ้รวด 3 เกมติดต่อกัน โดยสองในสามแมตช์ดังกล่าวคือการพ่ายให้กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น อาร์เตต้า สามารถปรับจูนทีมได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันพวกเขาไม่แพ้ใครเลย 8 แมตช์ติดต่อกัน โดยเสมอแค่ 2 เกมเท่านั้น ส่งผลให้ตอนนี้ทีมพุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับ 5 แล้ว

ต้องยอมรับว่าหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “ปืนใหญ่” ฟอร์มดุยิงสลุตหยุดไม่อยู่เป็นเพราะผู้เล่นคีย์แมนอย่าง แอรอน แรมส์เดล, เบน ไวท์ และกาเบรียล มากัลเญส กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝัก ขณะที่แข้งดาวรุ่งอย่าง เอมิล สมิธ โรว์ และ บูกาโย่ ซาก้า ผลงานร้อนแรงปรอทแตก

โดยมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเกมบุกของทีมได้อย่างสุดยอด ด้านกองหน้าทั้ง อเลซ็องเดร์ ลากาแซตต์ กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ยังคงอันตรายในทุกจังหวะเช่นเคย ฉะนั้นสิ่งที่แนวรับของลิเวอร์พูล ต้องระวังให้ดีก็คือเกมบุกสไตล์สวนกลับฉับพลัน

เพราะผู้เล่นของอาร์เซน่อลมีความคล่องตัวสูง และหากพลาดเพียงเสี้ยววินาทีมีสิทธิ์เสียประตูได้เลย ลิเวอร์พูลมีสถิติเยี่ยมในการรับมืออาร์เซน่อล หนึ่งในสิ่งที่อาร์เซน่อล ค่อนข้างหวาดหวั่นในการมาเยือนแอนฟิลด์ก็คือพวกเขาไม่เคยเอาชนะ ลิเวอร์พูลในลีกได้เลย

นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2012 ซึ่งแน่นอนว่านี่คือสิ่งที่ อาร์เตต้า ต้องขบคิดอย่างหนักในการวางแท็กติกสู้กับเจ้าบ้าน “หงส์แดง” คว้าชัยชนะ 6 เกมเสมอ 2 แมตช์จาก 8 เกมลีกที่พวกเขาพบกันที่ดินแดนเมอร์ซี่ย์ไซด์ โดยฤดูกาลล่าสุด

อาร์เซน่อลเคยเจ็บช้ำระกำใจเมื่อโดยลิเวอร์พูล ถลุงมาแล้วด้วยสกอร์ 3-1 แม้ว่าอาร์เซน่อล จะเพิ่งเอาชนะจุดโทษ ลิเวอร์พูลที่สนามแอนฟิลด์ ในเกมคาราบาว คัพ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาก็ตาม แต่ดูเหมือนผู้เล่นส่วนใหญ่ของ “หงส์แดง” เป็นนักเตะสำรองและดาวรุ่ง

ดังนั้นการชนะแบบนี้ไม่ได้ทำให้ “เดอะ กันเนอร์ส” ฮึกเหิมอะไรเลย ประเด็นที่ อาร์เตต้า น่าจะนำมาใช้ในการปลุกเร้าลูกทีมคงหนีไม่พ้นการลบสถิติที่เลวร้ายในการเล่นเกมลีกเยือนแอนฟิลด์ และการเก็บ 3 คะแนน เพื่อที่จะขยับอันดับแซง “หงส์แดง” และกลับมามีลุ้นแชมป์เต็มตัว

สามแต้มเพื่อกลับมาลุ้นแชมป์ คล็อปป์ ต้องกระตุ้นลูกทีมให้กับมาเล่นด้วยความดุดันอีกครั้ง หลังจากเกมลีก 2 แมตช์ล่าสุดพวกเขาเก็บได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น ส่งผลให้ตอนนี้ต้องหล่นไปอยู่อันดับ 4 และห้ามพลาดเด็ดขาดในแมตช์นี้

ลองนึกสถาพหาก “หงส์แดง” โดนอาร์เซน่อล บุกมาลูบคมถึงแอนฟิลด์ งานนี้จะทำให้พวกเขาหลุดจากท็อปโฟร์ทันที และการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ จะเกิดความยากลำบากมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่ นายใหญ่ชาวเยอรมัน

ศึกสำคัญ ต้องทำให้ได้ก็คือเรียกความมั่นใจ และความมุ่งมั่นของลูกทีมกลับคืนมาให้ได้ เพื่อที่จะเอาชนะ “ไอ้ปืนใหญ่” เพราะหากพวกเขาพลาดไม่ใช่แค่โดนอาร์เซน่อล แซงเท่านั้น แต่มีสิทธิ์ถูก เชลซี จ่าฝูง และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงทำแต้มทิ้งห่างไปไกลด้วย ไม่อยากช้ำ

Back To Top