เก็บชัยชนะ หมาป่าขย้ำคาบ้าน เกร็ดผลงานอันย่ำแย่ในนัดเปิดปี 2022 ของ แมนยู

เก็บชัยชนะ

เก็บชัยชนะ ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จะทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่ง แต่มันก็มีไม่กี่คนที่คิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะแพ้ให้กับพวกเขาคารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เก็บชัยชนะ ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จะทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่ง แต่มันก็มีไม่กี่คนที่คิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะแพ้ให้กับพวกเขาคารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมพรีเมียร์ลีก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประเด็นที่ว่าวูล์ฟส์ ไม่เคยบุกมาเก็บ 3 แต้มที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ได้เลย นับตั้งแต่ที่ลีกสูงสุดเปลี่ยนมาใช้ชื่อพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ ถ้านับรวมสมัยที่ลีกสูงสุดใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1 แล้วล่ะก็

นี่ก็นับเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปีที่วูล์ฟส์ สามารถกำชัยในเกมลีกที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ได้ด้วย โดยก่อนหน้านี้พวกเขามาเยือนที่นี่ 10ครั้ง และมีผลงานอยู่ที่เสมอ 3 เกมกับแพ้ 7หน แน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้วูล์ฟส์ เก็บชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ที่ว่านี้ได้นั้น

มันต้องให้เครดิตกับพวกเขาที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องโทษ แมนฯยูไนเต็ดเช่นกันที่เล่นได้อย่างย่ำแย่จนทำให้พวกเขาต้องแพ้เป็นครั้งแรกในยุคของ ราล์ฟ รังนิก และวันนี้เราก็มีเกร็ดเกี่ยวกับผลงานอันย่ำแย่ของพวกเขาในเกมนี้มานำเสนอกัน

ครึ่งแรกอันน่าหดหู่ “ในช่วงครึ่งแรก เรามีปัญหาอย่างหนัก ในการกันพวกเขา ออกจากกรอบเขตโทษของเรา และออกจากปากประตูของเรา” นั่นเป็นหนึ่งในคำพูด หลังจบเกมของรังนิก ที่สื่อให้เห็นว่าเขาผิดหวัง กับฟอร์มของลูกทีมในครึ่งแรกมากๆ

และเมื่อดูจากตัวเลขที่ออกมาแล้ว มันก็ไม่น่าแปลกใจเลย ที่เขาจะรู้สึกแบบนั้น ในช่วงครึ่งแรกของเกม ที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด วูล์ฟส์ได้จังหวะยิง 15ครั้ง ซึ่งหากนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04 เป็นต้นมานั้น นี่ก็ถือเป็นเกมพรีเมียร์ลีก ที่ทีมซึ่งมาเยือนโอลด์แทร็ฟฟอร์ด

มีจังหวะได้ยิงมากที่สุดในช่วง 45 นาทีแรก ในทางกลับกัน ทีมของรังนิก มีจังหวะลุ้นประตูแค่ 4 หนเท่านั้นในช่วงเวลาเดียวกัน ข่าวบอล

เก็บชัยชนะ

เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประเด็นที่ว่าวูล์ฟส์ ไม่เคยบุกมาเก็บ 3 แต้มที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ได้เลย

เก็บชัยชนะ ขณะที่พอแข่งกันจนครบ 90 นาทีนั้น สถิติก็ระบุว่าวูล์ฟส์ ได้จังหวะยิงมากถึง 19หน ขณะที่แมนฯยูไนเต็ด มีชอตยิงแค่ 9 ครั้งเท่านั้น ไร้ความคม นี่นับเป็นเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 4 ประจำฤดูกาลนี้ที่แมนฯยูไนเต็ด ไม่สามารถทำประตูในเกมลีกได้

โดย 3 ครั้งก่อนหน้านี้ถือว่าเกิดขึ้นในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่ว่าจะเป็นการแพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1, พ่าย ลิเวอร์พูล 0-5 และการปราชัย แมนฯ ซิตี้ 0-2 หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ยิงในลีกไม่ได้เป็นนัดที่ 4 ของฤดูกาลนี้นั้น

เป็นเพราะในเกมกับวูล์ฟส์ มีช่วงที่พวกเขาไม่สามารถยิงตรงกรอบได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวเป็นเวลาถึง 40 นาทีด้วยกันนั่นเอง ขณะที่ถ้านับตลอดทั้ง 90 นาทีแล้วนั้น พวกเขาก็มีชอตยิงตรงกรอบแค่ 2ครั้ง ต่างกับวูล์ฟส์ ที่ทำได้ 6หน

ยิ่งไปกว่านั้น เกมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ถือเป็นเกมที่วูล์ฟส์ มีจังหวะการยิงต่อ 1 นัด กับชอตยิงตรงกรอบต่อ 1 เกมมากที่สุดกับการเล่นเกมเยือนในศึกพรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่นนี้ด้วย จุดที่น่าเป็นห่วงของรังนิก ช่วงที่ผ่านมา 4-2-2-2 คือแผนที่รังนิก

นำมาใช้กับ แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งจนถึงตอนนี้มันก็มีบางเกมที่ได้ผล และบางเกมที่ไม่เวิร์ค แต่จุดที่น่ากังวลมากที่สุดในตอนนี้ของรังนิก อาจจะหนีไม่พ้นการที่ลูกทีมของเขาเก็บบอลเอาไว้กับตัวได้ไม่เท่าไหร่นัก 145หน คือจำนวนครั้งที่แมนฯยูไนเต็ด

เสียการครองบอลในเกมกับวูล์ฟส์ ทำให้มันถือเป็นเกมลีกที่พวกเขาเสียการครองบอลมากเป็นอันดับ 5 ประจำฤดูกาลนี้หากนับเฉพาะการเล่นที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด โดย 4 อันดับแรกประกอบด้วยเกมกับ เบิร์นลี่ย์ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.,

คริสตัล พาเลซ วันที่ 5 ธ.ค. , ลีดส์ วันที่ 14 ส.ค. และ เอฟเวอร์ตัน วันที่ 2 ต.ค. ส่วนจำนวนหนของการเสียการครองบอลในเกมเหล่านั้นอยู่ที่ 154ครั้ง, 150ครั้ง, 147ครั้ง และ 146ครั้ง ตามลำดับ ใช่แล้ว ถ้าจะพูดอีกแบบก็คือเกมลีกที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด

เก็บชัยชนะ ทั้ง 3 นัดของแมนฯยูไนเต็ด ในยุคของรังนิก นั้น มันติดอยู่ในท็อป 5 ของชาร์ตดังกล่าวทั้งหมดนั่นเอง

Back To Top