เลสเตอร์สุดเซ็ง นำถึงสองเม็ดถูกนาโปลีฮึดตีเจ๊าน.87เปิดฉากยูโรปาลีก

เลสเตอร์สุดเซ็ง

เลสเตอร์สุดเซ็ง “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ทำสามแต้มหายช่วงท้ายเกม โดย ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ คาดคั้นทีเด็ดยิง-จ่าย แต่ว่าก้แค่นั้นเมื่อ “อัซซูร่า” นาโปลี แอบฮึดตีเสมอ

เลสเตอร์สุดเซ็ง “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ทำสามแต้มหายช่วงท้ายเกม โดย ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ คาดคั้นทีเด็ดยิง-จ่าย แต่ว่าก้แค่นั้นเมื่อ “อัซซูร่า” นาโปลี แอบฮึดตีเสมอด้านหลังเกม 2-2 เปิดฉากบอลยุโรปถ้วยเล็ก

สำหรับในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี ครั้งแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายนก่อนหน้านี้ สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี ครั้งแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ย.ก่อนหน้านี้

“จิ้งจอก” เลสเตอร์ซิตี้นัดหมายปัจจุบันแพ้ แมนซิตี้ โดย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ใส่ชื่อ “วาร์ดี้” นั่งสำรอง แนวรุกวาง “อิเฮียนาโช่-ดาก้า” รอคอยรับ “อัซซูร่า” นาโปลี ทีมเข้มแข็งอิตาลี ที่เพิ่งจะปราบ ยูเวนตุส ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ เชื่อมั่น “โอซิมเฮน-อินซินเญ่” ป่วนปั่นเกมรับเจ้าถิ่นได้แน่ๆ

อาโยเซ่ เปเรซ ส่งบอลคืนหลังขอบทางซ้าย ก่อนถูกผู้เล่นทีมเยือนโหม่งดักมาเข้าทาง วิกเตอร์ โอซิมเฮน ซัดไกล 20 หลา บอลโดน แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ออกแรงเซฟตั้งแต่สามนาทีแรก อาโยเซ่ เปเรซ เลี้ยงแหวกลำแข้งนาโปลี

หลุดมาทางขวามือในจุดโทษ บอลล้นมาถึง แพ็ตสัน ดาก้า แปะออกทางด้านซ้าย ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ซัดผู้เดียวแต่ว่า ดาวิด ออสปิน่า ออกมาเร็วสกัดออกข้างหลัง นาทีที่ 6 อีกเพียงสามนาที ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลากบอลมาทำชิ่งกับ แพ็ตสัน ดาก้า ด้านซ้าย

แล้วหยอดบอลข้ามมาหา อาโยเซ่ เปเรซ ปรี่มาทางขวายิงสวนทันที ส่งบอลกองก้นตาข่าย จิ้งจอกออกนำ 1-0 ผ่านมาถึงนาทีที่ 35 อ็องเดร-ฟร้องค์ อ็องกีสซ่า ถ่ายบอลให้ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ กระชากมาหน้ากรอบเขตโทษ

แล้วปั่นบอลเลี้ยวออกข้างเสาขวาไปพอควร วิกเตอร์ โอซิมเฮน กระดกบอลหลบ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ก่อนปาดทางเสาด้านขวามาระยะ 6 หลาหน้าประตู ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้ มาแปบอลแต่เจอ ทิโมธี กาสตาญ โฉบสไลด์ตัดหน้าช่วยทีมไว้ อีกสองนาทีต่อมา

เลสเตอร์สุดเซ็ง ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ เก็บบอลเคลียร์ของแข้งจิ้งจอก ได้ซัดในเขตโทษ บอลพุ่งออกข้างเสาฝั่งขวาแบบมีหวังเป็นสกอร์ ในนาทีที่ 39 ช่วงนาทีที่ 45 เกอแว็ง มัลกุยส์ ดอดมาเปิดบอลเลยมากลางเขตโทษ เฮอร์วิ่ง โลซาโน่ ลอยตัวโหม่งเต็มหัวติดมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยืนถูกที่ปัดไว้ได้ ข่าวบอล

เลสเตอร์สุดเซ็ง

หมดครึ่งแรก เลสเตอร์ นำก่อน 1-0

เลสเตอร์สุดเซ็ง ครึ่งหลังนาโปลีได้บุกนาทีที่ 58 ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ โยนฟรีคิกระยะ 22 หลา ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้ สปีดมาจะยิงแต่กลายเป็ฯบอลเด้งเข้ามือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล จิ้งจอกชวดเฮอีก บูบาการี่ ซูมาเร่ ผ่านบอลเรียดเข้าหน้ากรอบเขตโทษ

เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ดีดสั้น ก่อน ยูรี ตีเลอม็องส์ ที่ลงสำรองมาไหลป้ายให้ แพ็ตสัน ดาก้า สังหารเข้าไป ทว่า กรรมการเช็ควีเออารืตัดสินเป้ฯลุกล้ำหน้าหัวหอกเจ้าถิ่น นาทีต่อมา และแล้วนาทีที่ 64 เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ฉกบอลกลางสนาม

ลากมาแทงออกทางซ้ายหลุดกับดักล้ำหน้า ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ รับไม้ต่อโยกหนี เกอแว็ง มัลกุยส์ ตะบันหนีมือ ดาวิด ออสปิน่า เข้าตาข่ายทางขวา เจ้าบ้านหนีเป็น 2-0 ห้านาทีถัดมา ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ เล่นบอลสั้นให้ เอลีฟ เอลมาส

ยกบอลไปที่ ฟาเบียน รุย โหม่งบอลต่อ วิกเตอร์ โอซิมเฮน เบียดชิงจังหวะเอาชนะ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ก่อนกระดกบอลข้ามหัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ให้ นาโปลี ไล่มา 1-2 เอลีฟ เอลมาส แต่งบอลหาเหลี่ยมยิงโค้งจากกรอบเขตโทษทางซ้าย

บอลเลี้ยวตรงตัวนายทวารจิ้งจอกทุบทิ้ง ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 อัซซูร่าไม่ถอดใจตีคืน 2-2 นาทีที่ 87 มัตเตโอ โปลิตาโน่ หยอดบอลด้านขวาริมสนาม ก่อนเข้าหัว วิกเตอร์ โอซิมเฮน กระโดดโหม่งระยะ 7 หลา ตัดหน้า ชากลาร์ โซยุนชู ส่งบอลซุกตาข่าย

ช่วงทดเจ็บเจ้าบ้านเหลือ 10 คน เมื่อ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ถูกใบเหลืองสองเป็นแดงตะเพิดพ้นสนาม จบเกมเลสเตอร์ซิตี้ เสมอ นาโปลี 2-2 แบ่งแต้มนัดเปิดยูโรปาลีก รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม เลสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3): แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,

ทิโมธี กาสตาญ,ยานนิค เวสเตอร์การ์ด,จอนนี่ อีแวนส์ (ชากลาร์ โซยุนชู น.46),ไรอัน เบอร์ทรานด์,อาโยเซ่ เปเรซ (ยูรี ตีเลอม็องส์ น.46),วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,บูบาการี่ ซูมาเร่ (เจมส์ แมดดิสัน น.78),แพ็ตสัน ดาก้า (อเดโมล่า ลุคแมน น.70),เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (เจมี วาร์ดี้ น.88),ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์

เลสเตอร์สุดเซ็ง นาโปลี (4-3-3): ดาวิด ออสปิน่า,เกอแว็ง มัลกุยส์ (ฮวน เฆซุส น.84),อาเมียร์ ราห์มานี,คาลิดู คูลิบาลี่,จีโอวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่,อ็องเดร-ฟร้องค์ อ็องกีสซ่า (อันเดรีย เปตาญ่า น.84),ฟาเบียน รุย,ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้ (เอลีฟ เอลมาส น.64),เฮอร์วิ่ง โลซาโน่ (มัตเตโอ โปลิตาโน่ น.64),วิกเตอร์ โอซิมเฮน,ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ (อดัม อูนาส น.74) เฮนโด้ฮีโร่

Back To Top